ReadyPlanet.com
English Version


ครีมผิวขาว ครีมบำรุงผิวหน้าขาว ครีมกันแสงแดด ครีมผิวใส ผิวหน้าใส หน้าขาว เอ็กซ์เท็นด์ไลฟ์ xtendlifethailand ครีมกันแดด, ครีมไวท์เทนนิ่ง,ผลิตภัณฑ์ผิวขาว,เดย์ครีม บำรุงผิวหน้า, เชรั่มผิวขาวไวท์เทนนิ่งครีม ครีมบำรุงผิวกลางวันกลางคืน  ครีมปรับผิวใส ครีมผ
ครีมทารอบดวงตา ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา ครีมลบรอยคล้ำใต้ดวงตา ถุงใต้ตา ครีมลดถุงใต้ตา เซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้น อายครีมผู้หญิง ผิวตาดำคล้ำ ริ้วรอยใต้ตา


เตะความเครียด แล้วรับมือกับมัน article

 เตะความเครียด แล้วรับมือกับมัน

 

เครียด คือภาวะทางร่างกายและจิตใจที่แสดงอาการต่าง ๆ ตอบสนองต่อสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลง ความต้องการ หรือความคับข้องใจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จนทำให้เกิดความไม่สบายใจ และหากเกิดความเครียดมาก ๆ ก็อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพได้ ดังนัั้น ทุกคนควรมีวิธีจัดการและรับมือกับความเครียด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขสมดุลในชีวิต

สัญญาณของความเครียด บ่งชี้ถึงระดับของความเครียดได้ตามความรุนแรงของอาการ ได้แก่

อาการทางจิตใจ

  • ซึมเศร้า หดหู่ หมดหวัง
  • รู้สึกแย่เกี่ยวกับตนเอง รู้สึกไร้ค่า ขาดความมั่นใจ
  • หลีกหนีสังคม หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือพบปะผู้คน
  • กระวนกระวาย หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์
  • ไม่สามารถผ่อนคลายอารมณ์ได้ หรือสงบจิตใจลงได้ยาก
  • ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือควบคุมตนเองได้ไม่ดี
 
อาการทางร่างกาย
  • ปวดหัว
  • นอนไม่หลับ
  • ไม่มีเรี่ยวแรง พลังงานต่ำ
  • กัดฟันแน่น ขากรรไกรตึง
  • ปากแห้ง กลืนอาหารลำบาก
  • ท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย ท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน
  • เจ็บ ปวด หรือรู้สึกตึงบริเวณกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย
  • เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็ว
  • มือเย็น เท้าเย็น หรือมีเหงื่อออกมากที่มือและเท้า
  • ป่วยเป็นหวัด หรือมีอาการจากการติดเชื้อต่าง ๆ บ่อย ๆ
  • ตื่นตระหนก ตัวสั่น ได้ยินเสียงแว่วในหู
  • ไม่มีความต้องการ หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

อาการด้านการรู้คิด

  • ขี้หลงขี้ลืม
  • วิตกกังวลอยู่เสมอ
  • ไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดเรื่องใดได้นาน
  • มีความคิดตีกันอยู่ในหัว
  • จัดระบบความคิดได้ไม่ดี
  • คิด พิจารณา หรือตัดสินใจได้ไม่ดี
  • มองโลกแง่ร้าย มองสิ่งต่าง ๆ ในแง่ลบ

อาการด้านพฤติกรรม

  • เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ไม่อยากกินอะไรเลย หรือกินมากเกินไป
  • มีพฤติกรรมที่เป็นผลจากระบบประสาท อารมณ์ และความคิด เช่น การเดินไปเดินมา หลุกหลิกอยู่ไม่นิ่ง อยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ กัดนิ้ว เป็นต้น
  • ขาดความรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงงานหรือภาระหน้าที่ ผัดวันประกันพรุ่ง
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ใช้ยาหรือสารเสพติดมากขึ้น สูบบุหรี่จัดขึ้น
 
เครียดแล้วมีผลต่อร่างกายอย่างไร ?
 
เมื่อคนเราเผชิญกับสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความเครียด ร่างกายจะหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการ ความคิด หรือพฤติกรรมที่เป็นปฏิกิริยาตอบสนอง ในบางกรณี ความเครียดที่เกิดขึ้นก็เป็นผลดีต่อร่างกาย เช่น หากอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงหรือน่าตื่นเต้น ชีพจรจะเต้นแรง หายใจเร็ว กล้ามเนื้อตึง สมองใช้ออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลไกในการปรับสมดุลเพื่อการอยู่รอด โดยกระบวนการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ความเครียดเรื้อรังติดต่อกันยาวนานกระบวนการหลั่งสารเคมีตัวเดียวกัน แต่จะส่งผลต่อการเกิดปฏิกิริยาที่เกินกว่าเพียงเพื่อปรับสมดุลเพื่อการอยู่รอดในชั่วขณะนั้น อย่างระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้น้อยลง ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย หรือระบบสืบพันธุ์ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และยิ่งเกิดความเครียดเป็นระยะเวลานานเท่าใด ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ประเภทของความเครียดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพร่างกายและจิตใจ ได้แก่
  • ความเครียดเป็นกิจวัตร ที่เกี่ยวข้องกับความกดดันจากครอบครัว การทำงาน และภาระรับผิดชอบในแต่ละวัน
  • ความเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในด้านลบอย่างกะทันหัน เช่น ตกงาน หย่าร้าง การเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ
  • ความเครียดที่เกิดจากเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง ประสบภัยธรรมชาติ ผ่านประสบการณ์ในสงคราม หรือเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดแต่ละประเภทในรูปแบบอาการที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจมีอาการส่วนใหญ่ในระบบย่อยอาหาร ในขณะที่บางคนอาจปวดหัว มีปัญหาการนอนหลับ ขี้หงุดหงิด หรือมีอารมณ์ซึมเศร้า โดยผู้เผชิญความเครียดอย่างเรื้อรังเหล่านี้ จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัส อย่างเป็นไข้หวัดหรือมีอาการหวัดบ่อยและรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้วัคซีนไข้หวัดมีประสิทธิผลทางการรักษาที่ลดต่ำลงไปด้วย ความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้จะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ ดังนี้
  • ปัญหาสุขภาพจิต: ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และโรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพ
  • ปัญหาประจำเดือน: รอบการมีประจำเดือนยาวนานหรือสั้นกว่าปกติ ประจำเดือนไม่มา หรือปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ
  • ปัญหาผิวหนังและรูขุมขน: เกิดสิว ผื่น ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน และผมร่วงศีรษะล้านถาวร
  • ปัญหาระบบทางเดินอาหาร: โรคกรดไหลย้อน กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ลำไส้แปรปรวน
  • สมรรถภาพทางเพศ: เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ไม่มีความต้องการทางเพศ
  • โรคความผิดปกติของพฤติกรรมการกิน: โรคคลั่งผอมอะนอเร็กเซีย  โรคบูลิเมีย โรคกินมากผิดปกติโดยผู้ป่วยกินอาหารปริมาณมากและไม่สามารถควบคุมการกินของตนเองได้เป็นช่วง ๆ
  • โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูง โรคความผิดปกติในการทำงานของหัวใจ หัวใจเต้นผิดปกติ หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

 

เคล็ดไม่ลับ วิธีการรับมือกับความเครียดที่ควรเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ 

  • สังเกตปฏิกิริยาทางร่างกายที่ตอบสนองต่อความเครียด สัญญาณสำคัญ เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิด โกรธง่าย พลังงานต่ำ มีปัญหาในการนอน ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ยาหรือสารเสพติด
  • หลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาอย่างผิดวิธี ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สารเสพติด หรือใช้ผลข้างเคียงของยารักษาในทางที่ผิดเพื่อบรรเทาความเครียด
  • วางแผนจัดการกับความเครียดด้วยตนเอง โดยการจดบันทึกเกี่ยวกับความเครียดในช่วงเวลา 2-4 สัปดาห์ แล้วทบทวนถึงสาเหตุของความเครียดที่กำลังเผชิญคืออะไร วันที่ เวลา และสถานที่ สิ่งที่กำลังทำในขณะนั้น คนที่อยู่ด้วยในขณะนั้น ความรู้สึกและความคิดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น จากนั้นทำอะไรต่อ มีอาการทางร่างกายอย่างไร แล้วให้คะแนนระดับความเครียดที่เกิดขึ้นจาก 0-10 (ไม่เครียด-เครียดมากที่สุด) หลังจากจดบันทึกแล้ว ให้ทบทวนว่าสาเหตุที่ทำให้เครียดคืออะไร จะมีวิธีแก้ไขได้อย่างไร แล้ววางแผนรับมือว่าจะทำอย่างไรเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดันเหล่านั้นที่ทำให้เกิดความเครียด
  • จัดลำดับความสำคัญ เรียงลำดับและคัดแยกสิ่งที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับ จดบันทึก วางแผนการทำงาน แล้วปฏิบัติตามกำหนดการที่วางแผนไว้ กำลังใจ และการสนับสนุนทางอารมณ์จากบุคคลใกล้ชิด เป็นหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ผู้ซึ่งกำลังตกอยู่ในภาวะตึงเครียดได้ผ่อนคลายและรู้สึกดีขึ้น โดยสามารถพูดคุย ปรึกษา ระบายปัญหา หรือหาวิธีผ่อนคลายความเครียดร่วมกับเพื่อน ครอบครัว หรือคนรัก
  • รู้จักปล่อยวาง ไม่จมอยู่กับปัญหา ยอมรับในสิ่งที่ต้องเผชิญ หาวิธีผ่อนคลายด้วยตนเอง ปรึกษาบุคคลใกล้ชิดหรือผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์
  • ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด ดูหนัง ฟังเพลง หรือออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนนอกบ้านบ้าง เล่นกีฬา หรือออกกำลังกายด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อสภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ขอความช่วยเหลือ หากไม่สามารถจัดการความเครียดได้ด้วยตนเอง ต้องใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติดแก้ปัญหา หรือเคยมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวที่ทุกข์ใจและทำให้เกิดความเครียด หรือเข้าร่วมกลุ่มบำบัดสนับสนุนภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำ ชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหา การวางแผนรับมือและบรรเทาความเครียด และรับกำลังใจสนับสนุนซึ่งกันและกันภายในกลุ่มบำบัด
 
อ้างอิง
https://www.pobpad.com
 
 
 

 




บทความด้านสุขภาพ

ความฟิตของร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพคุณนั้นดี article
คนยุคใหม่และโรคซึมเศร้า article
7 เหตุผลทำไมคุณควรทานอาหารเสริม article